คลิ๊กเพื่ออ่านบทความวิธีเปิดบัญชี

เทคนิคการปรับแต่งค่าเงื่อนไขการเข้าออเดอร์ให้กับ M15 Scalper EA

ลิงค์โหลด/คู่มือ/วิธีการตั้งค่าเงื่อนไข ของM15 Scalper EA
Tan
โพสต์: 20
jedwabna poszewka na poduszkę
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ม.ค. 2021 16:26

สำหรับการปรับแต่งค่า EA นั้นจะแบ่งส่วนประกอบออกได้เป็น 2 ส่วนคือ

  • 1. สัญญาณที่ใช้ในการยืนยันเปิดออเดอร์ Buy หรือ Sell

  • 2. การกำหนดค่า SL และ TP หรือ Trailing Stop และระบบ Auto Close ที่เหมาะสมกับ สัญญาณที่กำหนด



ซึ่งสัญญาณของ M15 Scalper EA จะมีสัญญาณดังนี้
  • 1. RSI
  • 2. Momentum
  • 3. ATR
  • 4. Moving Average เอาไว้เป็นตัวตรวจสอบเทรนด์



ในการปรับแต่งนั้นควรเลือกเปิดทีละสัญญาณก่อน เพราะไม่งั้นจะสับสนสร้างความมึนงง จับต้นชนปลายไม่ถูก ขั้นตอนคร่าวๆจะมีดังนี้
  • 1. เปิดกราฟเปล่าขึ้นมาก่อน
  • 2. กำหนดค่า TimeFrame ที่จะให้ EA ทำงาน ไม่จำเป็นต้องเป็น M15 เสมอไป เพราะ EA ตัวนี้ใช้ได้กับทุก TimeFrame ขึ้นอยู่กับเราเป็นคนกำหนดค่าให้เหมาะสมกับ TimeFrame ที่ต้องการ
  • 3. เปิด RSI เพียงตัวเดียว สัญญาณอื่นๆปิดให้หมด
  • 4. ตั้งค่า SL ไว้ไกลๆก่อน ตั้ง TP ไว้ในค่าที่เหมาะาสมกับ TimeFrame เช่นหาก TimeFrame ค่าต่ำๆเช่น M15 ก็ไม่ความเกิน 1500 จุด เพราะราคาใน M15 มันแกว่งตัวไปได้ไม่ค่อยไกล หากใช้ TimeFrame ที่ต่ำกว่านี้ก็ลดค่า TP ลงตามรูปแบบของการขึ้นๆลงๆของกราฟ ต้องลองวัดระยะการเคลื่อนตัวระหว่างจุดสูงสุดไปหาต่ำสุด แล้วหาค่าเฉลี่ยดู
  • 5. กำหนด Period ของ RSI ที่คิดว่าเหมาะสมกับ TimeFrame
  • 6. กำหนดจุดตัดของสัญญาณ RSI ว่าต้องการจะให้ตัดที่ระดับอะไรในการเปิดออเดอร์ เช่น
    ระดับตัด 50 ขึ้นเปิด Buy หรือ ตัด 50 ลงเปิด Sell
    หรือ ระดับ ตัด 30 ขึ้นเปิด Buy หรือ ตัด 70 ลงเปิด Sell
  • 7. ทดสอบหลายๆรอบ ทดลองเปลี่ยนค่า Period หลายๆค่าเมื่อได้ค่าที่คิดว่าดีก็จดบันทึกไว้ก่อน จากนั้นก็ทดสอบค่าใหม่ๆจนกว่าจะได้ค่าที่ดีที่สุด สดสอบหลายๆช่วงเวลา ไม่จำเป็นต้องทดสอบแบบยาวๆหลายๆเดือน แบ่งการทดสอบเป็นช่วงๆช่วงละ 3 เดือนก็ได้จะได้เห็นความแตกต่างระหว่างแต่ละช่วงเวลา ในการทดสอบอาจทดสอบเป็นร้อยๆครั้งกว่าจะได้ค่าที่ลงตัว
    ในการทดสอบอาจไม่จำเป็นต้องเน้นที่ตัวกำไรมากๆ แต่ให้เน้นค่าที่มันได้กำไร หรือขาดทุนของบางเดือนให้น้อยที่สุด หรือ พูดง่ายๆว่าเอาที่มันไม่โดนลากเยอะๆนั้นแหละครับ
  • 8. เมื่อได้ค่า RSI ที่ลงตัวแล้ว จากนั้นก็มาพิจารณาดูว่าจะใช้สัญญาณอะไรช่วยในการกรอง เพื่อให้ RSI เปิดออเดอร์ได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น ซึ่งตรงนี้ท่านเองก็ต้องณุ้ว่าสัญญาณที่จะใช้มันมีเงื่อนไขอะไรบ้าง เช่น Momentum มันมีระดับอะไรบ้าง เราจะจับเอา Momentum มาร่วยืนยันกับ RSI เราจะใช้ตัวเลขที่ระดับอะไร เช่น โดยส่วนมากมักจะนิยมใช้ระดับ 100 เป็นตัวหลัก เราอาจมีการขยับค่าเช่น แทนที่จะตัด 100 ลง "ยืนยัน" Sell เราก็อาจกำหนดเป็นตัด 98.9 ลง "ยืนยัน Sell" หรือตัด 100 ขึ้น ยืนยะน Buy หรืออาจเปลี่นยเป็น ตัด 100.5 ขึ้น ยืนยัน Buy เป็นต้น ซึ่งแต่ละคู่เงินมักจะมีค่าที่แตกต่างกันไป รวมถึงค่า Period ที่กำหนดให้ Momentum ด้วย
  • 9. ปรับแต่งสองสัญญาณระหว่าง RSI กับ Momentum ให้มันได้ค่าที่ลงตัวมากที่สุด แล้วจดบันทึกไว้ ทดสอบหลายๆค่าเปลี่ยนค่าต่างๆทั้ง Period ทั้ง ระดับต่างๆของทั้งสองสัญญาณให้ได้ค่าที่ออกมาดีที่สุด
  • 10. หากต้องการกรอง Sideway ก็สามารถใช้ ATR ในการช่วยกรอง Sideway ได้ ซึ่งตรงนี้อาจปรับค่ายากซักหน่อยเพราะตัวเลขมันละเอียด และ แต่ละคู่เงินมันจะไปคนละค่ากันเลย ต้องศึกษาเรื่อง ATR ให้เข้าใจก่อนว่า ATR ทำงานอย่างไร
  • 11. เปิดใช้สัญญาณเส้นค่าเฉลี่ย ตรงนี้ดูเหมือนง่าย แต่จริงๆแล้วปรับยากพอสมควร ค่าที่จะใช้ต้องปรับค่า Period ของเส้นค่าเฉลี่ยให้เหมาะสมกับ TimeFrame ที่ใช้และ Period ของสัญญาณต่างๆทุกตัวที่เปิดใช้งาน จุดยืนยันคือเราจะดูราคาปิดของแท่งราคาต้องมีตำแหน่งอยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยคือเทรนด์ขาลง และ หากราคาปิดของแท่งราคาอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยยืนยัน Buy บางทีโหมดนี้เราอาจจะเปิดก็ได้
    เพราะหากเราเปิดสัญญาณหลายๆสัญญาณ มันจะคัดกรองจากการดูสัญญาณทุกตัวที่เราเปิดใช้งานมันต้องเข้าเงื่อนไขที่ตรงกัน ซึ่งแน่นอนมันจะทำให้ EA เปิดออเดอร์นานๆครั้ง หากต้องการ EA เปิด ถี่ๆเร็วๆ ก็ลด TimeFrame ลง และ ลดค่า Period ของสัญญาณให้เหมาะสม ที่สำคัญใช้สัญญาณให้น้อยที่สุด การใช้สัญญาณจำนวนมาก แล้ว ต้องการให้ EA เปิดออเดอร์ถี่ๆนั้นมันเป็นไปไม่ได้ครับ มันย้อนแย้งกับหลักการอยู่แล้วครับ
  • 12. หลังจากที่กำหนดสัญญาณได้ตามต้องการแล้ว ก็มาถึงเรื่องของการกำหนดกำไร ขาดทุน โดยการใช้กฎ RR (Risk and Reward Ratio) เข้ามาใช้งาน หัวใจของ EA ประเภทเปิดออเดอร์ตามสัญญาณยืนยัน ควรกำหนดค่า RR ให้มีอัตรามากหน่อยเช่น 1:3 หรือ 1:5 หรือ มากกว่านี้หากทำได้ กำหนดค่า SL ไม่ต้องไกลมากเพราะป้องกันการโดนลาก เราจะยอมเสียน้อยๆเสียหลายๆครั้งไม่เป็นไร หากได้กลับมาครั้งเดียวมันจะคืนทุน หรือ อาจเป็นกำไรไปเลย การกำหนดแบบนี้เราจะไม่สนใจค่า Win Rate ใดๆ เพราะเราใช้หลักการยอมเสียบ่อยๆแต่ขอให้ได้โอกาสซักครั้งเพื่อกินคำโต มันจะทำให้ลดการล้างพอร์ตในระยะสั้นลงไป
  • 13. ตรงข้อที่ 12 นี้แหละที่ปรับแต่งยากเหมือนกัน เพราะเราต้องหาค่าเฉลี่ยที่ลงตัวมากที่สุด และ มันส่งผลต่อกำไร ขาดทุน ในแต่ละช่วงเวลาด้วย
    ทั้งนี้เพราะตลาดจะมีเทรนด์เพียง 30% เท่านั้น ส่วน 70% มันจะเป็น Sideway ที่มีทั้ง Sideway แบบพักตัวมีการซื้อขายน้อยๆ หรือ เป็นการต่อสู้ระหว่างแรง Buy กับ แรง Sell ที่ไม่มีใครยอมใคร ราคามันจะแกว่งตัวแรงๆ แต่อาจไปไม่ไกลเป็นพันจุด
    EA จะทำงานได้ดี และ ปรับแต่งง่าย เมื่อตลาดหรือกราฟเป็นเทรนด์ จุดนี้เราต้องให้ความสำคัญด้วย เพราะเราจะไปฝืนธรรมชาติของตลาดไม่ได้
  • 14. และตัวที่ปรับแต่งยาก อีกตัวคือ Trailing Stop หากปรับพลาดแทนที่จะเป็นข้อดี กลับหลายเป็นข้อเสีย ยิ่งหนักกว่าเดิม เราต้องทำความเข้าใจกลไกของ Trailing Stop ให้ดีก่อน จริงๆแล้วหากไม่จำเป็นหรือยังไม่เข้าใจตรงนี้ก็เลี่ยงไม่ต้องใช้ก็ได้
  • 15. สุดท้ายคือระบบ Auto Close Order ตัวนี้จะช่วยปิดออเดอร์ที่เป็นบวกอยู่และต่อมากำลังจะเข้าสู่แดนลบระบบจะตัดออเดอร์เพื่อปิดทำกำไรไว้ก่อน ระบบนี้มีตัวเลือก 2 ตัวคือ จะใช้ เส้นค่าเฉลี่ยเป็นตัวตรวจสอบการปิดเช่น หากเป็นออเดอร์ Buy ถ้าราคาวิ่งตัดเส้นค่าเฉลี่ยลงไปตามระยะจุดที่กำหนดเช่น 200 จุดก็ให้ปิดออเดอร์ Buy ไปเลย กรณี Sell ก็เช่นกัน หากเปิดออเดอร์ Sell อยู่หากราคาวิ่งตัดเส้นค่าเฉลี่ยขึ้นไปมากกว่า 200 จุดก็ให้ปิดออเดอร์ไปเลย ที่ต้องกำหนดระยะห่างไว้ เพราะบางทีราคามันแค่วิ่งมาแตะๆเส้นค่าเฉลี่ย แล้วราคามันก็วิ่งกลับทิศทางเป็นบวกเหมือนเดิน ระบบจะได้ไม่ต้องตัดออเดอร์เร็วเกินไป
    และ ยังมีตัวเลือกอีกตัวคือการใช้ RSI เป็นตัวปิดออเดอร์ เช่นเปิด Sell อยู่ หากราคาวิ่งตัดเข้าไปใน Oversold ที่ต่ำกว่า 30 ก็ให้ตัดออเดอร์ไปเลยเพื่อปิดทำกำไรไว้ก่อน หรือ กรณีเปิด Buy เมื่อราคาวิ่งเข้าเขต Overbought คือ 70 หรือ 75 ก็ให้ตัดออเดอร์นั้นไปเลย
  • 16. การใช้งาน EA ที่ดีนั้นควรมีการ Lock กำไรไว้ที่ค่าตัวเลขที่น่าจะเป็นไปได้ เพราะธรรมชาติของ EA มันจะมีช่วงวิ่งทำกำไรเป็นตัวเลขสูงๆ แล้วก็มีการขาดทุนลดตัวเลขลงมา เราควรตั้งค่าตัดการทำงานของ EA เมื่อได้กไรตามที่เรากำหนดว่าหากถึงตรงนี้ให้เปิดการทำงานของ EA ไปเลย

    จากนั้นควนถอนเงินออกมาเป็นระยะๆอาจใช้วิธีถอน 25% ของพอร์ต ทุกๆ 25% ที่เป็นกำไร มันจะทำให้ในเวลาต่อมาเงินที่เหลือในพอร์ตคือเงินกำไรล้วนๆที่เอามาเทรด อย่าปล่ยเงินไว้ในพอร์ตนานๆ เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอในการใช้งาน EA เนื่องจาก EA มันไม่ได้เก่งอะไรมากเลย ทุกอย่างเราเป็นคนกำหนดให้มันทำตามเรา มันเก่งกว่าเราแค่มันไม่นอน ไม่หิว ไม่งอแงแค่นั้น แต่หากเป็นระบบ AI อันนั้นเป็นอีกเรื่อง แบบที่สถาบันการเงินใหญ่ๆใช้งานกันครับ



>> ลิงก์คู่มือ M15 Scalper EA คลิก <<



https://bit.ly/3o7sO8O