เทคนิคการเทรดด้วยสัญญาณ Gold Hunter Premium
สัญญาณ Gold Hunter Premium ที่ทีมงานของ Topindy พัฒนาขึ้นมาจากหลักการที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในวงการเทรดก็คือการเทรดด้วยหลักการ Deviation คือหาความเบี่ยงเบนของราคาโดยวัดจากระดับกึ่งกลาง ซึ่งเป็นหลักการเดียวกันกับสัญญาณ Bollinger Band แต่ได้ออกแบบให้มีการสร้างเส้นกรอบราคาให้มีความ Smooth มากขึ้นเพื่อให้ง่ายต่อการตีความสัญญาณ ลดการการสับสนหรืออาการมโนลงไปได้มาก
ดูจากภาพล่างนี้จะเห็นความแตกต่างระหว่างสัญญาณ Gold Hunter กับ Bollinger Band โดย Bollinger Band จะเน้นในเรื่องของ Trend เป็นตัวหลักและตามด้วย Momentum ส่วนสัญญาณ Gold Hunter Premium จะเน้นในเรื่องของ Momemtum เป็นหลักเพียงอย่างเดียว เพราะต้องการให้มองเห็นจุดที่ราคาจะวิ่งออกไปให้ชัดเจนที่สุด เพื่อให้มีโอกาสทำกำไรได้ค่อนข้างชัวร์ โอกาสชนะมากกว่าแพ้ และ ยังทำให้ใช้งานง่าย ไม่ต้องตีความให้ยุ่งยาก
ใช้สัญญาณ Gold Hunter อย่างไรให้ได้กำไร
สัญญาณ Gold Hunter Premium นี้จะแตกต่างจากสัญญาณ Gold Hunter ที่เคยแจกไปก่อนหน้านี้ เพราะได้ปรับปรุงการทำงานของสัญญาณลูกศรต่างๆขึ้นมาใหม่ทั้งหมด ตามที่เกริ่นมาก็คงพอมองออกแล้วว่ามันใช้งานได้ง่ายมากๆ และเหมาะสำหรับการเทรดสั้น เก็บกำไรสั้นๆ ถือออเดอร์ไม่ข้ามวัน แต่ก่อนที่จะเข้าสู่เรื่องของวิธีใช้งาน สัญญาณ Gold Hunter เรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับการหาโอกาสของการสร้างกำไรกันก่อนดีกว่า เพื่อจะได้เป็นความรู้ที่จะสามารถนำไปใช้ในการทำกำไรได้กับทุกๆเครื่องมือ ไม่จำเป็นต้องเป็น สัญญาณ Gold Hunter เท่านั้น
หลักการเทรดให้ได้กำไรจะต้องมี 2 ปัจจัยดังนี้
1. ต้องมีระบบบริหารเงินทุนหน้าตัก เพื่อควบคุมความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจนส่งผลให้เกิดความเสียหายหรือขาดทุนหนัก สามารถศึกษาได้จากบทความนี้ เทคนิคการทำกำไร นี่คือหัวใจหลักเลยของงานเทรดที่ไม่สามารถจะเลี่ยงได้หากต้องการประสบความสำเร็จ
2. ต้องมองเห็นโอกาสของการทำกำไรในตลาด เทรดเดอร์จำนวนมากที่ชอบขังตัวอยู่กับความเสี่ยงแบบไม่จำเป็น สินค้าที่มีให้เลือกเทรดได้ในตลาดมีมากมาย แต่ละสินค้าก็จะมีพฤติกรรมหรือบุคลิกที่แตกต่างกัน บางสินค้าเปิดโอกาสให้สามารถเข้าไปทำกำไรได้มากกว่า 70% ของช่วงเวลาทั้งหมด บางสินค้าเปิดโอกาสให้ทำกำไรไม่ถึง 50% ตลอดช่วงเวลาเช่น ทองคำ เป็นสินค้าที่มีความผันผวนสูงมาก มีความเป็นเทรนด์ต่ำ หากไม่มีประสบการณ์มากพอก็อาจจะขาดทุนหนักหรือสัดส่วนขาดทุนมากกว่ากำไรได้
หลายท่านคงเคยเจอมากับตัว ทำไมบางครั้งมันเทรดง่ายมากๆได้กำไรติดๆ แต่บางครั้งเทรดยากมากขาดทุนบ่อยๆ หรือมือใหม่บางคนพอเริ่มเข้ามาวงการเทรดก็เทรดได้กำไรติดๆจนคิดว่างานเทรดไม่เห็นมีอะไรยากเลย แต่ซักระยะหนึ่งกำไรที่ได้ก็เสียกลับคืนไปหมด ที่เป็นเช่นนี้เพราะเมื่อตลาดเป็นเทรนด์ก็จะเทรดได้ง่าย ยิ่งตลาดเป็นเทรนด์ที่แข็งแรงมากยิ่งเทรดง่ายเข้าไปอีก เปิดออเดอร์ตามเทรนด์หลักได้ไม่นานราคาก็วิ่งหนีจุด Stop loss ไปแบบไม่เหลียวหลัง ทำให้ทำกำไรได้ถ้วนหน้า
มองหาคู่เงินที่มีโอกาสทำกำไรบนความเสี่ยงต่ำ
เราควรเลือกเทรดในสินค้าที่มีความเป็นเทรนด์ที่สูง ความผันผวนที่ต่ำ ตัวอย่างเช่น ตามภาพล่างนี้ เป็นคู่เงิน USDSGD คือคู่สกุลเงิน ยูเอสดอลล่าร์ กับ ดอลล่าร์สิงคโปร์ นี่ก็เป็นอีกคู่เงินที่มืออาชีพเทรดทำกำไรกัน ยังมีอีกหลายคู่ที่สามารถจับคู่กับ USD ได้ เช่น ดอลล่าร์ฮ่องกง เงินหยวนของจีน มันจะทำให้ผลการเทรดจะทำกำไรได้ติดๆ
ดูตามภาพล่างก็จะเห็นชัดเจนว่าสถานการณ์ของตลาดเป็นเทรนด์ขาลง จะเห็นโอกาสของเข้าเทรดฝั่ง Sell จะมีมากกว่าฝั่ง Buy และเป็นการเข้าเทรดที่มีความเสี่ยงที่ต่ำ ข้อเสียของคู่เงินพวกนี้คือค่า สเปรด (Spread) จะสูงแต่มันก็ไม่ได้มีผลอะไรมากเพราะมันมีความเป็รเทรนด์ที่สูง จึงไม่ต้องไปกังวลกับค่าสเปรด
จากที่กล่าวมาถึงตรงนี้คงทำให้เห็นภาพแล้วนะครับว่า สินค้าที่มีโอกาสทำกำไรมันมีให้เลือกเข้าเทรดทำกำไรมากมาย ไม่จำเป็นต้องไปเน้นเทรดเฉพาะทองคำ ที่มันมีความผันผวนสูง เราไม่ได้ปฎิเสธที่จะเทรดทองคำแต่เราจะเลือกเข้าเทรดทองคำเมื่อมองเห็นโอกาสของการทำกำไรเท่านั้น เราต้องเอาหลักการกระจายความเสี่ยงมาใช้ เลือกเข้าเทรดเฉพาะคู่เงินหรือสินค้าที่มองเห็นโอกาสของการทำกำไรที่ง่ายเป็นหลัก มันเหมือนการแยกไข่ไว้ในหลายๆตระกล้า ไข่มันไม่แตกพร้อมกันทุกตระกล้าแน่นอน
ความจริงของการเทรดคือ การมองเห็นโอกาสของการทำกำไร มันก็คือความแม่นยำของจริง ที่สามารถเปลี่ยนจากความแม่นยำไปเป็นกำไรได้จริงๆ อย่าไปหลงทางว่าความแม่นยำมันต้องมาจากเครื่องมือ ตราบใดที่เรามองไม่เห็นโอกาสของการทำกำไร เครื่องมือใดๆก็ไร้ประโยชน์ แระบี่จะดีแค่ไหนคมแค่ไหน หากผู้ใช้มันไม่มีฝีมือ กระบี่นั้นก็ไร้ประโยชน์
ข้อควรปฎิบัติทุกครั้งในการเทรด
หลักการที่ควรทำทุกครั้งก่อนที่จะเปิดเข้าออเดอร์ จะมีอยู่ 2 สิ่งที่ควรทำคือ
1. ดูเทรนด์หลัก ที่จะใช้ให้เหมาะสมกับสไตล์การเทรด หากเทรดสั้น ถือออเดอร์ไม่ข้ามวันก็แนะนำให้ดูเทรนด์หลักที่ H4 เพราะจะเห็นการเปลี่ยนแปลงในรอบวันได้ถึง 6 ช่วงเวลา
2. ย่อขนาดแท่งเทียนให้เล็กลง เพื่อให้สามารถมองเห็นภาพมุมมองที่กว้าง จะได้เห็นชัดเจนว่าขณะนี้ราคาอยู่ตรงไหนของเทรนด์ จะได้ไม่หลงไปติดดอย
หากเป็นการเทรดสั้นเก็บกำไรสั้นๆ ถือออเดอร์ไม่ข้ามวัน ดูเทรดหลักด้วย H4 เป็นตัวหลัก เพราะ H4 มันจะสามารถบอกสถานการณ์ซื้อขายของวันได้ชัดเจนมากที่สุด เราจะเห็นความเคลื่อนไหวของราคาได้ถึง 6 ช่วงเวลา (4×6=24ชั่วโมง) อีกทั้งเราสามารถมองเห็นระยะเข้าทำกำไรได้ค่อนข้างยาว มองเห็นระยะการเคลื่อนตัวของเทรนด์ย่อยได้ชัดเจน แค่ หนึ่งแท่งของ H4 ก็มีขนาดหลายร้อยจุดเข้าไปแล้ว ทำให้เห็นระยะการเข้าทำกำไรที่ชัดเจน
ย่อขนาดกราฟให้เล็กไว้ก่อน ตามตัวอย่างภาพล่างนี้เป็นการย่อไทม์เฟรมมาดูที่ H1แต่ใช้สัดส่วนขนาดแท่งเทียนเหมือนกับรูปบนที่เป็น H4 จากภาพล่างที่ H1 จะค่อนข้างดูยากหากไม่คุ้นเคย แต่หากจะเน้นเทรดเฉพาะฝั่ง Sell ก็สามารถทำได้ แต่หากต้องการให้เกิดความมั่นใจในการวิเคราะห์ เราควรทำการลดขนาดแท่งเทียนลงไปให้เล็กกว่านี้ ดูตามภาพถัดไป
ย่อขนาดแท่งเทียนให้เล็กลงไปกว่าเดิม ตามภาพล่างนี้คือกรฟาเดียวกันกับภาพด้านบน และดูที่ไทม์เฟรม H1 เหมือนกัน แต่เราจะมองเห็นจุดที่จะเข้าเทรดได้ชัดเจนกว่า เห็นโครงสร้างภาพรวมได้ชัดเจนกว่า ทำให้เกิดความมั่นใจในการวิเคราะห์มากขึ้น
ตัวอย่างการเทรดด้วยสัญญาณ Gold Hunter Premium
สัญญาณของระบบเทรด Gold Hunter Premium จะมีอยู่ 4 สัญญาณดังนี้
1. สัญญาณเส้นกรอบราคา มีอยู่ 3 เส้น คือเส้นกรอบราคาบน เส้นกึ่งกลาง และ เส้นกรอบราคาล่าง ในการเทรดเราจะใช้แค่การมองตำแหน่งตำแหน่งของลูกศรเล็กที่ปรากฎใกล้ๆเส้นกรอบราคาเท่านั้น เพราะใรกรณีที่ราคาวิ่งออกนอกกรอบนั้นมันก็จะปรากฎลูกศรใหญ่ให้เห็นอยู่แล้วจึงไม่ต้องไปสนใจการวิ่งออกนอกกรอบของราคา
2. สัญญาณลูกศรใหญ่ คือสัญญาณที่บ่งบอกถึงราคาได้วิ่งออกนอกกรอบแล้ว การที่ราคาวิ่งออกนอกกรอบมันจะเป็นตัวบ่งบอกว่าราคาจะต้องวิ่งกลับเข้าไปในกรอบในเร็วๆนี้ ก็ถือว่าเป็นการกลับตัวของราคานั้นเอง แต่ไม่ใช่การกลับตัวของเทรนด์ใหญ่เสมอไป ต้องพิจารณาด้วยว่าสัญญาณลูกศรใหญ่มันปรากฎที่ตรงไหนของเทรนด์ หากก่อนหน้านี้ราคาได้วิ่งไต่ตัวสูงขึ้นมานานแล้ว นั้นก็คือราคาตอนนั้นเป็นเทรนด์ขาขึ้น และต่อมาราคาได้วิ่งทะลุกรอบขึ้นไป และปรากฎลูกศรใหญ่ชี้ลงที่บริเวณปลายเทรนด์ขาขึ้น ก็พออนุมานได้ว่าเทรนด์ขาลงได้เริ่มต้นแล้ว
ดังนั้นการมองลูกศรใหญ่จึงต้องดูด้วยว่ามันไปปรากฎที่ตรงไหนของเทรนด์ หากมันไปปรากฎระหว่างทางของเทรนด์มันก็แค่การกลับตัวในเทรนด์ย่อยเท่านั้น ตรงนี้ต้องแยกให้ออก อย่าไปทึกทักว่าการเกิดลูกศรใหญ่มันจะต้องเป็นการกลับตัวของเทรนด์ใหญ่เสมอไป
3. สัญญาณรูปดาว เป็นสัญญาณเตือนถึงจุดอิ่มตัวของราคา หรือ แสดงถึงการกลับตัวของเทรนด์ย่อย แต่บางครั้งราคาอาจไม่ได้ทะลุกรอบออกไป แต่สัญญาณรูปดาวไปปรากฎที่ปลายเทรนด์ มันก็อนุมานได้ว่าราคามีโอกาสเกิดการกลับตัวของเทรนด์ใหญ่ได้เช่นกัน
4. สัญญาณลูกศรเล็ก จะเป็นสัญญาณที่จะใช้ในการยืนยันการเข้าออเดอร์ร่วมกับสัญญาณลูกศรใหญ่ หรือ สัญญาณรูปดาว แล้วแต่ว่าสัญญาณลูกศรเล็กมันไปมีนัยยะสำคัญกับลูกศรใหญ่ หรือ รูปดาว
ภาพล่างนี้เป็นตัวอย่างการเทรดด้วยสัญญาณ Gold Hunter Premium กับคู่เงิน GBPUSD ที่ H1 จะเห็นว่าไม่ได้มีอะไรซับซ้อนเลยรอแค่ลูกศรใหญ่ปรากฎก่อน และ รอลูกศรเล็กที่เป็นฝั่งเดียวกันกับลูกศรใหญ่เท่านั้น โดยลูกศรเล็กควรจะเป็นตัวแรกที่ปรากฏ หรือ ตัวที่อยู่ใกล้กรอบราคา
ตัวอย่างการเทรดฝั่ง Buy ด้วย Gold Hunter Premium
สำหรับการเทรดฝั่ง Buy ก็จะรอลูกศรใหญ่ชี้ขึ้นปรากฎก่อน รอลูกศรเล็กสีเขียวแรกปรากฎก็เปิดเข้าออเดอร์ Buy ได้เลย หรือจะใช้เทคนิคการวาง Buy Stop อยู่เหนือจากลูกศรใหญ่ประมาณ 200 จุด ก็ได้เช่นกัน Stop loss ก็วางไว้ต่ำกว่า Swing Low ก่อนหน้าเล็กน้อย
ภาพล่างนี้ก็เป็นอีกคู่เงินที่มีเทรนด์ขาขึ้นที่แข็งแรง ลูกศรใหญ่ชี้ขึ้นปรากฎเพียงครั้งเดียว เราสามารถไล่ทำการเทรดฝั่ง Buy เพื่อเก็บกำไรต่อเนื่องยาวๆได้สบายๆ
ตัวอย่างการเทรดฝั่ง Sell ด้วย Gold Hunter Premium
ตัวอย่างการเทรดฝั่ง Sell ด้วยระบบเทรด Gold Hunter Premium เราจะเทรดตามเทรนด์เช่นเดิม เพระาการเทรดตามเทรนด์คือหัวใจหลักของการทำกำไรได้ดีที่สุดในงานเทรด เนื่องจากราคาวิ่งหนีจุด Stop loss ไปเรื่อยๆ จะเห็นได้ว่าจากการปรากฎของลูกศรใหญ่ที่ต้นเทรนด์ เราสามารถเปิดออเดอร์ Sell ได้ถึง 10 ออเดอร์ และ ใน 10 ออเดอร์ก็มีโอกาสทำกำไรได้แบบความเสี่ยงต่ำมาก
ภาพล่างนี้ก็เป็นอีกคู่เงินที่มีเทรนด์ขาลงที่แข็งแรง ลูกศรใหญ่ชี้ลงปรากฎเพียงครั้งเดียว เราสามารถไล่ทำการเทรดฝั่ง Sellเพื่อเก็บกำไรต่อเนื่องยาวๆได้สบายๆ
ตัวอย่างการเทรดทองคำด้วย Gold Hunter Premium
เดี๋ยวจะหาว่าชื่อสัญญาณ Gold Hunter ไม่เห็นจะยกตัวอย่างการเทรดทองคำเลย คำว่า Gold ในความหมายนั้นหมายถึงสิ่งที่ดีงาม เช่น โอกาสทอง นาทีทอง Gold Hunter จึงหมายถึงการล่าโอกาสทอง ล่านาทีทอง ประมาณนั้น ตามภาพล่างนี้คือกราฟทองคำ ทุกกราฟที่ยกตัวอย่างมาเป็นกราฟสถานการณ์ล่าสุดของตลาดทั้งหมด และ ทุกตัวอย่างจะเป็นการเน้นเทรนด์ตามเทรนด์ใหญ่เท่านั้น เพื่อลดความเสี่ยงของการโดนราคาชน Stop loss
ดูเทรนด์หลักที่ H4 ก่อนว่าปัจจุบันเป็นเทรนด์อะไร ตามภาพเราจะเห็นได้ชัดเจนว่าเทรนด์หลักของ H4 เป็นเทรนด์ขาลง เราจะเน้นการเทรดเฉพาะฝั่ง Sell เท่านั้น เพื่อความปลอดภัย
ภาพล่างนี้หากเราเปิดกราฟที่ H1โดยไม่ได้ย่อขนาดแท่งเทียนให้เล็กลงไป มันก็จะดูค่อนข้างแปลกๆตา แถมยังมองเห็นลูกศรชี้ขึ้นบอก Buy เสียส่วนใหญ่ กลายเป็นว่าเราเข้าไปเทรดสวนเทรนด์ใหญ่ จริงๆมันก็เทรดสวนเทรนด์ใหญ่ได้แหละ แต่ไม่แนะนำ เพระามันมีโอกาสที่จะเกิดความเสี่ยงสูง ระยะการทำกำไรสั้น การย่อขนาดแท่งเทียนมันสำคัญมากเช่นกัน เดียวเราไปดูภาพถัดไปเราจะได้คำตอบว่าทำไมถึงต้องย่อขนาดแท่งเทียนให้เล็กลง
ภาพล่างนี้เปิดที่ H1 เช่นเดิมเหมือนภาพข้างบน แต่ได้ทำการย่อขนาดแท่งเทียนลงมาให้เล็กว่าเดิม สิ่งที่ปรากฎเห็นก็คือมุมมองที่เปลี่ยนไป ทั้งๆที่เป็น H1 เหมือนกัน เราได้เห็นพฤติกรรมของกราฟได้เห็นบริเวณที่จะวางแผนเข้าเทรดได้ชัดเจนขึ้นกว่าภาพข้างบนมาก และ เห็นโอกาสของการเข้าเทรดตามเทรนด์ที่มีระยะการทำกำไรที่ยาวกว่าการเทรดสวนเทรนด์
ใช้สัญญาณ Gold Hunter ร่วมกับ Volume Profile
POC หรือ Point Of Control จะบอกแรงสะสมในบริเวณนั้นที่มีมากกว่าบริเวณอื่นๆ ราคามักจะดีดตัวออกจาก POC ด้วยความแรง หากเราอ่นโครงสร้างราคาไม่เก่ง เราอาจจะไม่รู้ว่าราคาจะดีดตัวออกจาก POC ขึ้น หรือ ลง ลูกศรเล็กจะเป็นตัวยืนยันทิศทางว่าราคาจะดีดตัวออกไปในฝั่งไหน
https://topindy.com/goldhunter/gold












