Skip to content

คู่มือ Gold Hunter Premium

คลิ๊กที่ปุ่มเมนูเพื่อดูคู่มือการใช้งานระบบเทรด Gold Hunter Premium

Menu
  • สัญญาณต่างๆ
  • การติดตั้ง
  • การปรับแต่งค่า
  • เทคนิคการทำกำไร
  • เทรดด้วย Gold Hunter
  • Demand & Supply
  • Volume Profile
Menu

เทรดด้วย Demand & Supply

Posted on June 9, 2023August 11, 2023 by admin

เทรดด้วย Demand & Supply

Demand & Supply ก็คือรูปแบบของแนวรับ แนวต้าน ที่มีการมองเป็นลักษณะของโซนราคา ไม่ได้มองเป็นแบบเส้นแนวนอนเดี่ยวๆแบบแนวรับแนวต้านทั่วๆไป หลักการของ Demand zone และ Supply zone จะสามารถอธิบายได้ถึงพฤติกรรมของกราฟราคา หรือ พฤติกรรมของตลาดได้ชัดเจน และมีความแม่นยำที่สูงกว่าการใช้เส้นแนวนอนตามปกติ

การเทรดด้วย Demand zone และ Supply zone จะเป็นการมองมองโซนราคาที่มีนัยยะสำคัญในภาพรวมใหญ่ เพื่อให้เราสามารถคาดการณ์การเคลื่อนไหวของราคาได้ถูกทิศทาง ในการใช้งาน Demand zone และ Supply zone หากต้องการความแม่นยำในการคาดการร์ควรใช้งานในไทม์เฟรมที่ใหญ่จะให้ความแม่นยำมากกว่าไทม์เฟรมเล็ก

แล้วค่อยใช้ไทม์เฟรมเล็กลงไปในการหาจุดวาง Stop loss ที่แคบและปลอดภัย บทความครั้งนี้เน้นการใช้ Demand & Supply ในการเทรดเห็นหลัก เพื่อไม่ให้บทความยาวมากเกินไป จึงได้กล่าวข้ามทฤษฎีพื้นฐานไปมากพอสมควร สำหรับมือใหม่ก็สามารถศึกษาพื้นฐานเพิ่มเติมได้จากสื่อต่างๆอีกที

 

ขั้นตอนสำคัญในการเทรดด้วย Demand & Supply

1. ต้องดูภาพรวมของ Demand zone และ Supply zone ที่ไทม์เฟรมที่ใหญ่ก่อนเสมอ เพื่อให้ได้มุมมองเดียวกันกับสถาบบันกองทุนขนาดใหญ่ หรือ ขาใหญ่ เทคนิคการเทรดด้วย Demand & Supply เป็นเทคนิคที่ต้องใช้ในการวางแผนการเทรดล่วงหน้า เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการได้ระยะการทำกำไรยาวๆ มีสัดส่วน RR หลายเท่าตัว เช่น 3 เท่า ขึ้นไป อาจเป็น 10 เท่า หรือมากกว่าก็เป็นเรื่องที่ทำได้สำหรับการเทรดด้วย Demand & Supply

เมื่อรู้แล้วว่าเป็นเทคนิคที่เหมาะสำหรับการเน้นระยะทำกำไรยาวๆ ก็คงไม่ใช่การเทรดสั้นเก็บกำไรภายในวัน หรือ ถือออเดอร์ไม่ข้ามวันแน่นอน การเทรดด้วย Demand & Supply จึงอยู่แบบรูปแบบการเทรดแบบถือออเดอร์ค่อนข้างยาว ส่วนจะถามว่าไทม์เฟรมใหญ่ที่ว่าคือไทม์เฟรมอะไรล่ะ คำตอบคือ ไทม์เฟรมที่จะใช้วางแผนการเทรดที่เน้นถือยาวนี้ ต้องไม่ควรต่ำกว่า D1 อาจจะใช้ D1 หรือ W1 ก็ได้กำลังพอดี

การใช้ไทม์เฟรมใหญ่ก็เพื่อดูว่าขณะนี้ราคากับ Demand zone หรือ Supply zone กำลังแสดงอะไรให้เราเห็น เช่นดูที่ D1เห็นการเกิด Demand zone ที่มี Base ที่แข็งแรง คือมีแท่งยาวๆมีไส้น้อยๆสามแท่งวิ่งลงมา(Drop) แล้วพักตัวแป๊บเดียว(Base) แล้วราคาก็ดีดตัวขึ้นไปด้วยความแรงเกิดแท่งขนาดยาวๆมีไส้น้อยๆ(Rally) อาจจะพึ่งเห็น 1 หรือ 2 แท่ง นั้นแสดงว่าโครงสร้างราคาตามหลักการ Demand & Supply เกิดรูปแบบ D-B-R และ แสดงถึง Base ที่แข็งแรงเพราะราคาพักตัวไม่นานแล้วพุ่ง ตรง Base นี้ก็คือ Demand zone ที่สดใหม่และแข็งแรงรอราคาย้อนกลับเข้ามาทดสอบอีกครั้ง โอกาสผ่านทะลุลงจะยากมาก โอกาสที่ราคาจะวิ่งกลับตัวมที่ Demand zone นี้จะมีมาก เป็นโอกาสของการรอการ Buy ที่ Demand zone นี้

ในระหว่างที่ราคากำลังวิ่งขึ้นไปใน D1นี้เรายังมีโอกาสที่จะทำการเทรดในฝั่ง Sell ได้ แต่ต้องรอ เพราะเมื่อราคาวิ่งแรงๆเป็น(Rally)นี้ มันมักจะวิ่งไปหาโซนสำคัญๆก่อนที่จะกลับตัวลงมาเพื่อวิ่งเข้ามาหา Demand zone เป้าหมายที่เรารอ Buy อยู่ เราจะต้องมองหา Supply zone ที่แข็งแรงข้างบน เพื่อเตรียมการหาโอกาสเข้าเทรดฝั่ง Sell ลงมา เมื่อเรามองเห็นบริเวณที่คาดว่าจะมีนัยยะสำคัญที่มีโอกาสจะเข้าเทรดได้ ให้ทำการตีเส้นแนวนอนรอเอาไว้ เพื่อเวลาเราย่อไทม์เฟรมลงไปเราจะได้มีจุดสังเกตุโซนที่มีนัยยะสำคัญที่เราคาดไว้ได้ง่าย

2. ย่อไทม์เฟรมลงมาเพื่อหาจุดเข้าออเดอร์ หรือ วาง Pending order หากจะถามว่าแล้วจะย่อลงมาไทม์เฟรมอะไรดีที่สุด คำตอบคือไม่มีไทม์เฟรมไหนดีที่สุดแบบตายตัว ต้องลองย่อลงไปเรื่อยๆ พยายามย่อลงไปจนเห็นภาพจุดที่จะเข้าออเดอร์ให้ชัดเจนมากที่สุด คำว่าจุดเข้าออเดอร์ที่ชัดเจนก็คืออมงเห็นจุดวาง Stop loss ที่แคบที่สุด และ ปลอดภัย เพื่อให้ได้สัดส่วน RR ที่สูงนั้นเอง

3. ไม่ว่าจะดูที่ไทม์เฟรมอะไรต้องย่อขนาดแท่งเทียนให้เล็กลงเพื่อดูภาพรวมมุมมองกว้างๆของแต่ละไทม์เฟรมก่อน ส่วนเวลาจะเข้าออเดอร์ถึงขยายแท่งเทียนให้ใหญ่เพื่อหาจุด Stop loss ที่แคบและปลอดภัยอีกครั้ง

บริบทสำคัญของ Demand zone และ Supply zone ก็คือเมื่อราคาย้อนกลับมาทดสอบครั้งแรกที่โซนสดใหม่โอกาสที่ราคาจะผ่านโซนไปได้มีน้อยมาก ยิ่งราคาย้อนมาทดสอบหลายครั้งโซนนั้นจะยิ่งอ่อนแอ โอกาสที่ราคาจะผ่านไปได้ก็มีสูง ให้จำหลักการนี้ไว้เป็นหลัก

ส่วนรายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับกลไกการทำงานของ Demand zone และ Supply zone จะขออนุญาตไม่กล่าวถึงในคู่มือนี้ ท่านสามารถศึกษาได้ตามสื่อต่างๆ หรือ  Youtube ได้โดยตรง ในคู่มือนี้จะเน้นในส่วนของการใช้งาน Demand zone และ Supply zone ในการเทรดจริงเท่านั้น

ในภาพล่างนี้เป็นการใช้ H4 ในการวางแผนการเทรดด้วย Demand zone และ Supply zone ลองศึกษาทำความเข้าใจถึงบริบทของราคากับ Demand zone และ Supply zone ดูก่อนให้มองภาพออก

เทรดด้วย Demand Supply 1

 

คราวนี้เรามาดูที่บริเวณราคาปัจจุบันเพื่อคาดการณ์ทิศทางว่าจะวางแผนเทรดอย่างไร ราคาจะสามารถทะลุ Supply zone ขึ้นไปได้หรือไม่ เรามาหาคำตอบไปพร้อมๆกัน เพราะขณะเขียนคู่มือนี้กราฟราคามันก็มาถึงแค่ตรงนี้ หากมองแค่กราฟราคาผิวเผินผู้เขียนเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอนาคตของราคาจะไปทิศทางไหน ทุกอย่างอยู่ที่ขั้นตอนการวิเคราะห์ให้เห็นภาพชัดเจนก่อนจึงจะพอคาดการณ์ทิศทางของราคาได้

จุดแรกที่เราจะให้ความสนใจคือจุด H ซึ่งก็คือจุดราคาสูงสุด ณ.ปัจจุบัน และเป็นราคาที่สูงกว่าราคาสูงสุดก่อนหน้า แต่เราจะฟันธงยังไม่ได้ว่าจุด H มันคือจุดราคาสูงสุดของลูกคลื่นจริงๆ เพราะราคาพึ่งกลับตัวลงมาได้แค่ 2 แท่งเท่านั้น สังเกตุจากสัญญาณลูกศรสามเหลี่ยม Fractal ยังไม่เกิดที่จุด H นี้ แสดงว่าการทำจุด HIgh ของลูกคลื่นปัจจุบันยังไม่จบ จุด H อาจมีโอกาสขยับขึ้นไปสูงกว่าปัจจุบันก็เป็นไปได้

การที่จะให้แน่ใจว่าจุด H ของจริงอยู่ตรงไหนก็สามารถสังเกตุได้จากลูกศรสามเหลี่ยม Fractal จะต้องปรากฎที่จุด H ก่อน หรือไม่ก็ต้องรอให้เกิดจุด L ที่ชัดเจนกว่าปัจจุบันที่เห็นในภาพก่อน จึงจะเป็นการยืนยันจุด H จริงๆได้ ทำไมถึงต้องไปโฟกัสที่จุด H คำตอบคือมจุด H จะเป็นจุดยืนยันได้ว่ามันได้ทำลายโครงสร้างราคาขาลงได้ชัดเจน หากจุด H ขยับขึ้นไปอยู่สูงกว่าจุด High ก่อนหน้าได้มากๆ นั้นเป็นการยืนยัน (BMS) การส่งสัญญาณการเปลี่ยนเทรนด์เป็นขาขึ้นให้เห็น แต่ตอนนี้ยังไม่มีอะไรชัดเจนมากว่าราคาจะเปลี่ยนเทรนด์ไปเป็นขาขึ้น เนื่องจากลูกคลื่นปัจจุบันยังไม่ครบรอบนั้นคือยังไม่เกิดจุด L ที่ชัดเจน

วิเคราะห์การเทรดด้วย Demand Supply 2

 

จากที่กล่าวมาข้างต้นเรายังเดาไม่ออกว่าราคาจะขึ้นไปต่อ หรือ จะกลับตัวลงมา สิ่งที่จะบอกเราได้ชัดเจนยิ่งขึ้นก็คือการเอาหลักการ Demand zone และ Supply zone มาทำการอธิบายกราฟราคาปัจจุบัน จากภาพล่างนี้หากเราเอาหลักการของ Demand & Supply มาใช้ร่วมกับกราฟราคา เราก็จะได้พอมองเห็นชัดเจนขึ้นว่าราคาปัจจุบันจะเป็น R-B-D หรือ R-B-R

ขออนุญาตอธิบายเสริมนิดหน่อยสำหรับมือใหม่ R ก็คือราคาวิ่งขึ้นแรงๆ B ก็คือราคาพักตัวสะสมกำลัง D ก็คือราคาวิ่งลงแรงๆ สำหรับ R และ D จะต้องวิ่งเป็นแท่งยาวๆชัดเจนจึงจะถือว่าเป็น R หรือ D ได้ ดังนั้นพฤติกรรมของราคามันก็จะมีรูปแบบซ้ำๆคือ วิ่งแรงๆ แล้วพักตัวแล้ววิ่งแรงๆ

มาถึงตรงนี้คิดว่าเราเริ่มมองเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้นมาขั้นหนึ่ง หากเราไม่ได้ใช้หลักการของ Demand & Supply มาอธิบายร่วมกับกราฟราคาเราก็จะยังมองภาพอะไรไม่ออก

วิเคราะห์การเทรดด้วย Demand Supply 3

 

คราวนี้เราลองมาย่อไทม์เฟรมให้เล็กลงเพื่อจะดูว่าที่ไทม์เฟรมเล็กมันบอกอะไรให้กับเราได้บ้าง เพราะพฤติกรรมของไทม์เฟรมเล็กคือจุดเริ่มต้นของไทม์เฟรมใหญ่ เมื่อมองที่ M15 เราจะเห็นโครงสร้างราคาที่มันเริ่มส่งสัญญาณยกตัวขึ้นชัดเจน แต่อย่าพึ่งไปฟันธงว่ามันต้องเป็นขาขึ้นชัวร์ๆ และหากเป็นสินค้าทองคำมันจะมีความผันผวนได้ตลาด มันอาจแหกกฎเทคนิคอลได้แบบหักมุมได้ทันที เพราะมันมีปัจจัยหลักของทองคำก็คือเรื่องของตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆที่เกี่ยวข้องกับทองคำที่ส่งผลต่อราคาโดยตรง

มาถึงขั้นตอนนี้เราจะคาดการณ์ทิศทางระยะใกล้ๆเท่านั้น ก็คือตรงบริเวณที่ราคาจะย่อตัวลงมาว่าราคาจะลงมาได้ลึกแค่ไหน เราอาจใช้ฟิโบนัชชีกางเพื่อวัดระยะการย่อตัวร่วมได้ ซึ่งหากกางฟิโบนัชชี ราคามีโอกาสที่จะย่อตัวลงมาแถวแถบ Demand zone สีเขียวหรือต่ำกว่าเล็กน้อยประมาณ 50%–61.8%

วิเคราะห์การเทรดด้วย Demand Supply M15

 

เพื่อให้แน่ใจเราจะกลับมาดูที่ H4 โดยการย่อขนาดแท่งเทียนให้เล็กลงมากๆเพื่อใช้ดูมุมมองกว้างๆอีกครั้ง เราก็จะเห็นจุดที่สามารถลากเส้นเทรนด์ไลน์แนวรับได้ เมื่อมีเส้นเทรนด์ไลน์เราก็จะเห็นการ Breakout ของราคาที่ทะลุเส้นเทรดน์ไลน์ขึ้นไปได้ ซึ่งโดยธรรมชาติของตลาด เมื่อราคาทะลุแนวต้านขึ้นไปได้แนวต้านนั้นก็จะกลายเป็นแนวรับ และ ราคาก็มักจะย้อนกลับลงมาทดสอบที่แนวรับอีกครั้งก่อนจะดีดตัวขึ้นไปต่อ แต่หากทะลุแนวรับลงมาได้ก็ถือว่าเกิดการ False Break ก็คือการเบรคหลอกๆของราคา

จุดสังเกตุก็คือตรงเส้นเทรนด์ไลน์ตัดผ่านมันเป็นบริเวณ 50%–61.8% ของฟิโบนัชชีที่กางไว้ที่ M15 พอดี ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแนวทางคร่าวๆในการประยุกต์ใช้งานเครื่องมือ Demand & Supply เท่านั้น มันไม่มีสูตรการวิเคราะห์ที่ตายตัว ทุกอย่างอยู่ที่การตีความ เนื้อหาในบทความครั้งนี้เป็นการอธิบายแบบบ้านๆง่ายๆเพื่อให้เข้าใจง่าย โดยพยายามเลี่ยงทฤษฎีวิชาการที่ซับซ้อน หากเราเข้าใจหลักการใช้งานพื้นฐานได้แล้ว การที่จะต่อยอดพัฒนาองค์ความรู้ที่สูงขึ้นก็จะง่ายขึ้น

เคล็ดลับสำคัญของการเทรด เมื่อราคาวิ่งทะลุแนวรับ หรือ แนวต้าน ออกไปได้ราคามันมักจะย้อนกลับเข้ามายังแนวรับ หรือ แนวต้านอีกครั้งเสมอ เราจะใช้โอกาสที่ราคาย้อนกลับเข้ามานี้ในการเข้าออเดอร์

วิเคราะห์การเทรดด้วย Demand Supply H4

บทความประกอบการใช้เครื่องมือ Demand & Supply ในการเทรดนี้ ผู้ใช้งานควรมีพื้นฐานมาก่อนบ้าง เพราะต้องใช้การตีความในการเทรดค่อนข้างมาก เพราะเทคนิค Demand & Supply ไม่ใช่ลักษณะของการเห็นโซนแล้วเข้าออเดอร์เลย แต่ต้องใช้การวางแผน คาดการณ์ ตีความบริบทของตลาด และ รอจนกว่าราคาจะเข้าเงื่อนไขที่เหมาะสมจึงจะเข้าออเดอร์ จึงเป็นเทคนิคที่ไม่เหมาะกับมือใหม่ หรือ คนที่ใจร้อนเท่าไหร่

https://topindy.com/goldhunter/ds

1 thought on “เทรดด้วย Demand & Supply”

  1. Pingback: เทรดด้วย Volume Profile – Gold Hunter Premium

Comments are closed.

  • เทคนิคการเทรดด้วยสัญญาณ Gold Hunter Premium
  • ระบบเทรด Gold Hunter Premium
  • การติดตั้งระบบเทรด และ License ของ Gold Hunter Premium
  • การปรับแต่งค่าและวิธีแก้ไขปัญหาของระบบเทรด Gold Hunter Premium
  • เทคนิคการทำกำไร

รายละเอียดการสั่งซื้อระบบเทรด Gold Hunter Premium

©2026 คู่มือ Gold Hunter Premium | Design: Newspaperly WordPress Theme