MT5 SMC PRO
MT5 SMC PRO | MT5 SMC PRO-IIระบบเทรด SMC คุณภาพสูง ราคาประหยัด สร้างสัญญาณอัตโนมัติ ครบเครื่องในตัวเดียว
ราคาโปรโมชั่น
จากราคาปกติ 3,999 บาท โปรโมชั่นสุดคุ้มค่า หมดแล้วหมดเลย อย่าพลาดโอกาสสำคัญนี้!
ทุกสัญญาณระบบเทรดจะสร้างให้โดยอัตโนมัติ
💖 ซื้อครั้งเดียวใช้งานได้ตลอดไป อัพเดทฟรีทุกเวอร์ชั่น
ถ้าไม่ปรับแนวคิดใหม่ คุณจะไม่มีทางทำกำไรได้เลย
งานทุกงานจะประสบความสำเร็จได้ต้องยืนอยู่บนวิธีคิด (Mindset) ที่ถูกต้อง ไม่เคยมีความสำเร็จใดที่เกิดจากวิธีคิดที่แย่ๆ มันคือความจริงที่ปฎิเสธไม่ได้เลย เช่นบางคนคิดว่า อยากได้สัญญาณแม่นๆเอามาเทรดทำกำไรแบบง่ายๆสบายๆไม่ยุ่งยากแค่เข้าเทรดตามสัญญาณบอกเท่านั้น วงการเทรดเกิดมานับร้อยปี มีบุคคลที่ได้รับการยกย่องเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพระดับโลกจำนวนมากมายที่ถูกนำประวัติการเทรดมาเขียนเป็นหนังสือ เป็นวีดีโอ ยังไม่เคยเห็นใครที่บอกเล่าความสำเร็จจากการนั่งเทรดด้วยเครื่องมือวิเศษที่แม่นๆเลยซักคน ทุกคนก็ต่างใช้เครื่องมือมือพื้นฐานที่มีทั้งนั้นอย่าพยายามแสวงหาเครื่องมือวิเศษให้เสียเวลาเลย จงเอาเวลามาพัฒนาทักษะในการใช้เครื่องมือที่ชอบจะได้ประโยชน์มากกว่า
ตัวอย่างเช่นเครื่องมือที่เรียกว่า เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ ที่แทบจะทุกคนเคยใช้เทรดมาก่อน แม้กระทั้งทุกวันนี้สำนักคาดการณ์ทิศทางราคาชื่อดังระดับโลกต่างก็วิเคราะห์ด้วยเส้นค่าเฉลี่ยกันเป็นส่วนใหญ่ ที่ยกตัวอย่างเส้นค่าเฉลี่ยเพราะมันถูกใช้มานานและใช้กันมาถึงทุกวันนี้ ทุกคนก็รู้จักมัน แต่มือใหม่มักจะมองข้ามเพราะดูแล้วไม่มีอะไรน่าสนใจ เครื่องมือทุกเครื่องมือ สัญญาณทุกสัญญาณ เทคนิคทุกเทคนิคการเทรด ที่เป็นที่รู้จักกันทั่วไป ล้วนมีคนใช้เทรดทำกำไรกันมามากต่อมาก มันสามารถใช้เทรดทำกำไรได้ทั้งหมดนั้นแหละหากเข้าใจการใช้งานและฝึกฝนฝึกซ้อมต่อเนื่องมายาวนานจนเกิดความชำนาญ แค่มองสัญญาณเกิดปุ๊บก็รู้ได้เลยว่ามันถูกทางหรือผิดทาง
ไม่มีเคยนักกีฬาชื่อดังคนไหนที่ซ้อมบ้างไม่ซ้อมบ้างแล้วประสบความสำเร็จ ไม้เทนนิสอันเดียวกัน(เครื่องมือ) แต่คนร้อยคนใช้แข่งขันผลลัพธ์มันออกมาไม่เหมือนกัน เพราะผลลัพธ์มันไม่ได้วัดจากไม้เทนนิสแต่มันวัดจากคนที่ใช้มันว่าฝึกซ้อมมามากแค่ไหน ทุกวงการนั้นแหละ หากจะประสบความสำเร็จต้องฝึกซ้อมจริงๆจัง ไม่ต่ำกว่า 10,000 ครั้งเป็นอย่างน้อย บางคนบอกแค่ 100 ครั้งยังร้องว่าไม่มีเวลาแต่อยากประสบความสำเร็จแบบไม่อยากซ้อมมันเป็นไปไม่ได้ตั้งแต่เริ่มคิดแล้ว ดังนั้นงานทุกงานจะประสบความสำเร็จได้ต้องยืนอยู่บนวิธีคิด ที่ถูกต้อง ไม่เคยมีความสำเร็จใดที่เกิดจากวิธีคิดที่แย่ๆ
📢 สัญญาณที่ดีที่สุดของการเทรดคือสัญญาณที่มาจากทักษะ และ ประสบการณ์ของคุณเอง เพราะคุณจะรู้ว่ารูปแบบไหนจริง รูปแบบไหนเท็จ เพราะคุณผ่านมันมาหมดแล้ว ซึ่งระบบอัตโนมัติใดๆก็ไม่สามารถแยกแยะจริงเท็จได้แบบทักษะของคุณ
📢 ถ้าคุณยังมีความอยากให้คนหรือเครื่องมือบอกซิกแนล Buy/Sell แสดงว่าคุณยังสลัดคราบมือสมัครเล่นไม่ออก แต่เมื่อใดที่คุณต้องการหาวิธีเทรดทำกำไรด้วยตนเองแสดงว่าคุณกำลังเข้าสู่ความเป็นมืออาชีพ
😍 ขอความสำเร็จ ความมั่งคั่ง มั่งมี ร่ำรวย แบบไร้ขอบเขต จงบังเกิดแก่ผู้รักการอ่านทุกๆท่านด้วยเทอญ
☑️ เรื่องแรกที่ต้องทำความเข้าใจให้ได้
เทรดไทม์เฟรมไหนดีที่สุด? ทุกๆไทม์เฟรมใช้เทรดได้ผลทั้งหมดขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ที่ใช้เทรด เรื่องของไทม์เฟรมเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ต้องศึกษาให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ก่อนลงมือเทรดจริงๆจังๆนี่คือคำถามสุดคลาสสิกของมือใหม่ทุกคน ทุกคนที่เข้ามาในวงการนี้ก็จะมีคำถามนี้เช่นเดียวกัน ไทม์เฟรมมันคือหัวใจหลักของเทคนิคอล ไทม์เฟรมมันทำให้เรามองเห็นรอบของราคาได้ชัดเจน เช่นใน 40 นาทีที่ผ่านมาที่ H1 ราคาพึ่งวิ่งขึ้นแท่งเป็นสีเขียว มีไส้ล่างยาวกว่าไส้บน แสดงว่าแท่งเทียน H1 เปิดขึ้นมาไม่นานราคาก็วิ่งลง เป็นแท่งสีแดงลงมายาว จากนั้นราคาก็ดันกลับขึ้นไปจนขึ้นไปเหนือราคาเปิดกลายเป็นแท่งสีเขียวราคาขึ้นไปจนไปถึงปลายไส้ด้านบนแล้วถอยลับลงมา นี่คือพฤติกรรมของแท่ง H1 หากไปมองที่ M1 จำนวน 40 แท่งที่ผ่าน(40 นาที) ก็จะเห็นราคาเป็นแท่งสีเขียวขึ้นต่อเนื่อง 5 แท่ง แล้วราคาก็วิ่งกลับทางลงมายาวเป็นแท่งสีแดงต่อเนื่อง เป็นส่วนใหญ่ลงมา 10 แล้วก็กลับตัวขึ้นไปอีก 20 แท่ง แล้วก็ถอยลงมา 5 แท่ง ซึ่งอยู่สูงกว่าราคาของแท่งแรกสุดใน 40 นาทีนี้
จะเห็นว่าที่ M1 มันได้บอกเล่าเรื่องราวของ H1 ได้ละเอียดชัดเจนถึงการเคลื่อนที่ของราคาในรอบ 40 นาที ถ้าเราไปเริ่มดูที่ W1 ล่ะมันสื่อสารอะไรบ้างว่าตั้งแต่เริ่มตลาดเปิดในสัปดาห์นี้จนผ่านมา 3 วันราคามันมีพฤติกรรมอย่างไร หากเราไปดูที่ H1 จะเห็นแท่งเทียนตั้งแต่เริ่มสัปดาห์ได้ 69 แท่ง (23 แท่ง/วัน) H1 ก็จะสามารถเล่าเรื่องราวในรอบ 3 วันที่ผ่านมาได้ชัดเจน เมื่อเราย้อนกลับไปที่ W1 แล้วดูก่อนหน้าซัก 4 แท่ง ก็คือระยะเวลา 1 เดือนว่า W1 มีแนวโน้มของราคาวิ่งอย่างไรเป็นขาขึ้นหรือขาลง เมื่อเราย่อไปไทม์เฟรมเล็กๆเราก็จะมองหาจังหวะของการเทรดได้ชัดเจน เช่น W1 แนวโน้มเป็นขาขึ้น เมื่อเราอยู่ที่ M5 เราก็รอรอบคือ รอเห็นการกลับตัวของเทรนด์ที่ M5 จากขาลงมาเป็นขาขึ้นตาม W1 รอราคาขึ้นมาต่อเนื่องแล้วราคาได้วิ่งสวนทางลงมาหลายๆแท่งแล้วราคาก็กลับตัวขึ้นอีกครั้ง เราก็จะเข้ารอเทรด Buy บริเวณนี้ เป็นบริเวณที่ได้ราคาดี เข้าออเดรอ์แล้วราคาวิ่งหนี SL ออกไปแรง
สรุปว่าไทม์เฟรมจะบอกแนวโน้มของตลาด และ การหาบริเวณที่จะเข้าเทรดได้เหมาะสมตามแนวโน้มของตลาด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์การเทรด ถ้าเทรดสั้นๆถือออเดอร์ไม่ข้ามวัน ก็เริ่มที่ H1 โดยมองแนวโน้มของ H1 ก่อนอย่างน้อยๆ ก็ 5 แท่ง ถึง 20 แท่งว่าเป็นทิศทางไหน แล้วก็ย่อไทม์เฟรมลงไปมองที่ M15 เพื่อวางแผนการเข้าออเดอร์ แล้วค่อยก็ย่อลงไปที่ M5 หรือ M1 เพื่อเข้าออเดอร์ต่อไป
☑️ จงเดินตามตลาด อย่าคิดเอาเอง
ตลาดมันมีวงจรการวิ่งของราคาที่ตายตัวของมันอยู่แล้ว แค่เราเดินตามมันในทิศทางที่ถูกต้องทำแค่นี้ก็มีโอกาสเทรดได้กำไรแล้ว(1)วิ่งตามแรงหลักของตลาด(เทรนด์) -> (2)วิ่งสวนทางแรงหลัก(Pullback)->(3)กลับคืนตามทิศทางแรงหลัก
ถ้าคุณไม่เข้าใจวงจรนี้ หรือ เข้าใจ แต่ไม่เอามาใช้งาน เช่นคุณต้องการเทรดตามเทรนด์ แต่คุณไปเข้าออเดอร์ตรงรอยต่อระหว่างข้อ 1 กับ 2 ผลก็คือเข้าออเดอร์ตามเทรนด์ก็จริงแต่ราคาวิ่งสวนทางติดลบโดนลากชน SL ถ้าไม่มี SL ก็เจ็บหนัก แต่หากคุณไปเข้าออเดอร์ตรงบริเวณรอยต่อระหว่าง ข้อ 2 กับ 3 เมื่อเข้าออเดอร์แล้วราคาก็จะวิ่งหนี SL ไปตามเทรนด์หรือแรงหลักของตลาดไปยาวๆ วิธีการนี้เรียกว่าการเข้าเทรดเมื่อจบการ Pullback นั้นเอง
แค่ทำตามข้อนี้การเทรดของคุณก็มีโอกาสทำกำไรได้มากกว่าขาดทุนแล้ว ง่ายๆไม่มีอะไรซับซ้อนเลย แต่ก็ไม่ค่อยทำกัน ซึ่งคิดว่าปัญหาที่ไม่ชอบทำกันก็อาจเป็นเพราะไม่อยากรอให้เสียเวลา เข้าออเดอร์ตามสัญญาณอินดิเคเตอร์บอก หรือ เข้าตามที่แท่งเทียนมันแสดงจะรวดเร็จทันใจกว่า
ซึ่งหากคุณคุ้นเคยกับ อินดิเคเตอร์ หรือ ใช้การเทรดแบบแท่งเทียนจะพบได้บ่อยๆว่ามันมีสัญญาณหลอกปนอยู่ตลอด เช่นสัญญาณอินดิเคเตอร์ตัดขึ้น แต่ราคาขึ้นนิดเดียวแล้วก็ลงยาวๆ หรือไม่แท่งเทียนเกิด Engulfing แท่งเขียวยาวกว่าแท่งแดงก่อนหน้า เลยเข้า Buy แต่แท่งต่อไปราคากลับกลายเป็นแท่งแดงยาวๆวิ่งสวนลงมา เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้ตลอด ถ้าไม่มีประสบการณ์ในการแยกแยะว่าอันไหนจริงอันไหนหลอกก็อาจหลงผิดทำให้เข้าเทรดพลาดได้
☑️ เข้าออเดอร์ในจุดที่มีโอกาสได้กำไรชัวร์ ไม่ใช่เข้าออเดอร์ในจุดที่อยากได้กำไรมาก
เข้าออเดอร์ปุ๊บราคาวิ่งไปแบบไม่หันหลังกลับ SL ก็ปลอดภัย แป๊บเดียวก็ TPฟังดูอาจแปลกๆใครๆก็อยากเข้าออเดอร์ในจุดที่ได้กำไรมากทั้งนั้น แต่ในความเป็นจริงที่ไร้ข้อถกเถียงก็คือ SL เราควบคุมการขาดทุนล่วงหน้าได้ แต่ TP เราไม่สามารถควบคุมให้ได้กำไรยาวๆตามต้องการได้ ยิ่ง TP ไกลยิ่งมีความเสี่ยง TP เลยกลายเป็นความเสี่ยง ดังนั้นมือใหม่ควรใช้ TP ให้สั้นไว้ก่อน อย่างน้อยก็ RR 1:1 ไม่เกิน 1:1.5
เลือกเข้าเทรดในช่วงเวลาที่ตลาดมีแรงเคลื่อนไหวที่ชัดเจน นี่คือหัวใจสำคัญของการทำกำไรชัวร์นั้นก็คือการเข้าออเดอร์ในจุดที่โมเมนตัมมีกำลัง ไม่ใช่ตอนโมเมนตัมเริ่มอ่อนแรง เข้าออเดอร์ปุ๊บราคาวิ่งหนี SL ไปทันทีในระยะ 200 จุดขึ้นไป ทำให้เราสามารถเก็บกำไร TP แรกได้ทันที 200-300 จุด เป็นการปิดโอกาสการขาดทุนไปทันที แล้วเหลือ Lot เล็กๆไว้ทำกำไรต่อเป็นโบนัสเพิ่ม ในกรณ๊ที่เปิดออเดร์ด้วย Lot ที่มากกว่า 0.01
การใช้กลยุทธ์แบบนี้จะเป็นการสะสมค่า Winrate ให้เป็นฐานกำลังใจ เมื่อเทรดได้กำไรบ่อยๆ แม้กำไรไม่มาก แต่กำลังใจจะมาเต็ม ความมั่นใจก็จะตามมา คราวนี้จะทำให้การเทรดด้วยความมั่นใจ เทรดแบบมีความสุข ไม่มีความกังวล ไร้ความเครียดหรือกดดันใดๆ ลองเทรดเสียติดๆซิกำลังใจถดถอย ความมั่นใจหดหาย ผลการเทรดเลยแย่ไปเรื่อยๆ
☑️ การรอคอยโอกาส คือการเทรดเชิงคุณภาพ
การเทรดที่ดีคือเน้นคุณภาพของออเดอร์ ไม่ใช่เน้นจำนวนออเดอร์ ยิ่งออเดอร์เยอะยิ่งความเสี่ยงสูง ยิ่งคุณคิดจะเทรดแบบ All In คุณยิ่งต้องเน้นคุณภาพของออเดอร์เป็นหัวใจสำคัญการรอคอยโอกาสมันคือเทคนิคหนึ่งของการเทรดแนวคุณภาพ ถ้าคุณรอเป็นคุณก็มีโอกาสเห็นกำไร ถ้าคุณรอไม่เป็นใจร้อนรีบเข้าออเดอร์คุณก็มีโอกาสเห็นการขาดทุนสูง การรอคอยโอกาสจะทำให้เกิดความรอบคอบ คิดและวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ก่อนเข้าออเดอร์ นั้นแสดงว่าแต่ละออเดอร์คุณได้ไตร่ตรองมาดีแล้ว และคุณมั่นใจในการเข้าออเดอร์ครั้งนั้นมาก ว่าได้คิดวิเคราะห์มาเป็นอย่างดีแล้ว
แม้ว่าออเดอร์นั้นจะพลาดแต่เมื่อคุณได้วิเคราะห์มาดีแล้วคุณก็จะเกิดข้อสงสัยว่าทำไมมันจึงพลาดคุณก็จะพบสาเหตุและวิธีแก้ไข แต่หากคุณกดๆๆเข้าออเดอร์รัวๆ คุณพลาดคุณก็จะแค้นอยากเอาคืน หรือไม่ก็ขวัญกระเจิง กลัวการเข้าออเดอร์ และก็ไม่ได้คิดถึงสาเหตุใดๆว่าทำไมพลาด อาจมีการคิดแบบมีเหตุผลบ้างก็คือวันนี้โชคไม่เข้าข้าง หรือ วันนี้ดวงไม่ดี ไม่มีโชค 😎
☑️ รักษาพอร์ตเล็กให้ได้ก่อน อย่าพึ่งคิดการใหญ่
ถ้าคุณยังบริหารบริษัทเล็กๆให้ทำกำไรไม่ได้ คุณจะไปบริหารบริษัทใหญ่ให้มีกำไรได้อย่างไรจริงอยู่ที่ว่าพอร์ตเล็กเทรดยาก พอร์ตใหญ่เทรดง่ายกว่า ความจริงข้อนี้ใช้ได้กับคนที่มีทักษะและมีประสบการณ์เท่านั้น ที่ว่าพอร์ตใหญ่เทรดง่ายกว่านั้นไม่สามารถเอามาใช้กับมือใหม่ หรือ คนที่ไม่มีประสบการณ์ได้ เพราะยังไม่สามารถควบคุมความเสี่ยง และ อารมณ์ได้
ในมุมมองที่ว่าพอร์ตเล็กเทรดยากกว่านั้นความหมายคือ สมมุติคุณมีทุน $100 คุณใช้ความเสี่ยง 5% (ยอมขาดทุน $5) หากเป็นการเทรดทองคำด้วย 0.01 Lot คุณก็จะตั้งระยะ SL ได้มากสุดคือ 500 จุด(100จุด/$1) ระยะนี้ถ้าได้จุดเข้าออเดอร์ที่ไม่ดีโอกาสที่จะโดนชน SL ก็จะมีสูงสำหรับทองคำ เพราะแรงเหวี่ยงทองคำจะอยู่ประมาณ 1500-3000 จุด และ ช่วงข่าวแรงๆก็จะอยู่ประมาณ 6000-8000 จุด ถ้าได้จุดเข้าออเดอร์ที่ไม่ปลอดภัย ระยะ SL 1000 จุดก็ยังโดนชนได้บ่อยๆ
สมมุติคุณมีทุน $1000 (ยอมขาดทุน $50) เทรดทองคำด้วย 0.01 Lot คุณจะมีระยะ SL ที่ 5000 จุด (100จุด/$1) จะเห็นได้ว่าใช้ความเสี่ยงเท่ากัน แต่ทุนต่างกัน ระยะ SL ก็จะได้ต่างกัน ความเสี่ยงจากการโดนชน SL ก็จะต่างกัน ยิ่งถ้าทุน $10000 ความเสี่ยง 5% ก็จะได้ระยะ SL ที่ 50000 จุด คิดดูว่าจะเทรดง่ายแค่ไหน
แต่การเริ่มต้นจากที่ไม่มีทักษะและประสบการณ์กับทุนขนาดใหญ่มันก็มีโอกาสที่อารมณ์และความโลภจะพาไป ดังนั้นสำหรับมือใหม่แนะนำให้ใช้ค่าครูเริ่มต้นที่น้อยๆก่อน เริ่มที่ $50 ขึ้นไปก่อน ใช้แค่ 0.01 Lot ไปเรื่อยๆก่อน และ ใช้ความเสี่ยงอย่าให้เกิน 5% ต่อรอบ หมายถึงรวมทุกออเดอร์ที่เทรดรอบนั้นจะต้องไม่เกิน 5% ซึ่งหากเป็นทุน $50 คุณจะเทรดพลาดได้ไม่เกิน 10 ครั้ง แนะนำให้แบ่งเป็น สองออเดอร์ๆละ 2.5% ที่ Lot 0.01 ก็จะได้ระยะ SL ที่ 250 จุด โดยเข้าเทรดแค่ 1 ออเดอร์ก่อนหากพลาดก็ยังมีโอกาสแก้ตัวอีก 2.5% ไม่ควรเปิดเข้าออเดอร์สองออเดอร์ไล่ๆกัน เพราะแบบนี้เปิดออเดอร์เดียวเลยจะดีเสียกว่า เพราะได้ SL ที่ไกลกว่าคือ 500 จุดเต็มๆ
☑️ เลิกรังเกียจ MM แล้วพอร์ตคุณจะโตทันใจ
ถ้าคุณยังบริหารเงินเดือนไม่เป็น ต้นเดือนนั่งร้านอาหารหรู่ กลางเดือนกินข้าวเหนียวหมูปิ้ง ปลายเดือนกินบะหมี่สำเร็จรูปซองเล็ก แล้วคุณจะรวยได้อย่างไรMM หรือ Money Management คือการบริหารจัดการเงินทุนให้เติบโตต่อเนื่อง โดยการควบคุมความเสี่ยงตามระบบที่เหมาะสมกับเงินทุน การใช้แต่สัญญาณในการเทรดก็เหมือนนักรบมีแต่อาวุธมีดดาบอย่างเดียว หากมีการใช้ MM ด้วยก็จะเหมือนนักรบที่มีทั้งมีดดาบ และ สวมเสื้อเกาะป้องกันตัว เพราะ MM คือเกาะป้องกันเงินทุนของเรานั้นเอง ถ้าคุณใช้ MM คุณจะไม่ปาดเจ็บหนักซักครั้งเลย มีเพียงเจ็บเล็กๆคันๆเท่านั้น
หากคุณได้ศึกษาองค์ประกอบของงานเทรดที่แท้จริงคุณจะพบว่า มันมีองค์ประกอบหลักๆอยู่ 3 ส่วน (จริงๆยังแบ่งแยกย่อยออกไปได้อีกหลายอย่าง) คือ
(1) การบริหารเงินทุนและความเสี่ยง=50%
(2) การควบคุมความโลภและอารมณ์ =30%
(3) เครื่องมือหรือเทคนิคที่ใช้ในการเทรด=20%
แต่สิ่งที่พบจนกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วก็คือ เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ทั้งมือใหม่หรือแม้กระทั้งมือเก่า ต่างทุ่ทเทเวลาและให้ความสำคัญกับข้อที่ 3 คือ เครื่องมือและเทคนิคการเทรดมากกว่า 90% หรือ บางคนให้ความสำคัญข้อนี้เต็ม 100% จึงไม่แปลกที่ผลการเทรดออกมาลุ่มๆดอนๆได้ๆเสียๆ เพราะคิดไปว่างานเทรดคืองานบริหารสัญญาณ แต่แท้จริงแล้วงานเทรดคือการบริหารเงินทุนต่างหาก เป็นการไปโฟกัสผิดที่ผิดทาง กลับหัวกลับหางกันไปหมด หากคุณทำข้อ 1 และ 2 ได้ดีมากพอ ข้อที่ 3 คุณจะใช้เทคนิคการเทรดด้วยอะไรก็ได้มันสามารถทำกำไรจนพอร์ตการลงทุนของคุณเติบโตคุณได้ต่อเนื่อง
สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่พลาดก็คือการคิดว่าหากได้เทคนิคแม่นๆจะทำให้ชนะและทำกำไร โดยลืมไปว่า การแพ้มันคือองค์ประกอบหนึ่งของงานเทรด หากคุณเก็บสถิติคุณจะพบว่าจำนวนการแพ้นั้นมันไม่ได้น้อยเลย แค่ทำให้แพ้ชนะ 50:50 ก็ยังยากเลย ถ้าคุณชนะ 60% ขึ้นไปแสดงว่าคุณมีวินัยสูงมาก เมื่อคุณไปทุมเทความหวังให้กับความแม่นยำ พอคุณพลาดคุณก็เกิดอารมณ์ กลายเป็นใช้อารมณ์ในการเทรด และ ลามไปถึงการไม่ควบคุมความเสี่ยง และ มักจบลงไปด้วยการล้างพอร์ต
☑️ อย่าคิดว่างานเทรดคืองานอดิเรก
ทุกอาชีพเมื่อเริ่มลงมือทำล้วนต้องเจอกับปัญหามากมาย จากความไม่รู้ของเราเอง จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องอดทน เรียนรู้กับปัญหาต่างๆ เพื่อก้าวข้ามจากมือใหม่ มือสมัครเล่น ไปสู่ความเป็นมืออาชีพงานอะไรก็ตามที่เป็นเรื่องของการลงทุนห้ามคิดว่าเป็นงานอดิเรกโดยเด็ดขาด ความหมายของงานอดิเรกก็คืองานที่ทำเพื่อการพักผ่อน หรือ ทำแล้วมีความสุขใจ ว่างก็ทำไม่ว่างก็ไม่ทำ ไม่ได้จริงจังกับมันมาก และทำโดยไม่เบียดบังเวลาในการทำมาหากิน แต่สำหรับการลงทุนทุกอย่างต้องจริงจังและทุ่มเทให้กับการลงทุนนั้นๆ เพื่อให้ไปสู่ความสำเร็จได้ตามเป้าหมาย
เชื่อว่าเทรดเดอร์จำนวนไม่น้อยเลยที่ยังคิดว่าการเทรดเป็นงานอดิเรก งานเทรดอย่าบอกว่าไม่มีเวลา เพราะคุณคงไม่ได้ทำงานตลอด 15 ชั่วโมงต่อวัน ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของงานเทรดก็คือช่วงเวลาตั้งแต่ 20:00 น. จนถึง 23:59 น. เพราะเป็นช่วงเวลาที่ตลาดมีการวิ่งที่แรง หากคุณกว่าจะ ทานข้าวอาบน้ำเสร็จอาจจะ สามทุ่มไปแล้ว มันจะดึกไปไหม ไม่แน่นอนคุณยังมีเวลาเทรดอีกตั้งสามชั่วโมง ยิ่งช่วงเวลาสามทุ่มไปแล้วทิศทางจะชัดเจน แต่ต้องเทรดสั้นๆ ได้กำไรนิดๆหน่อยๆก็ไม่เป็นไร และต้องไม่ถือออเดอร์ค้างคืน ให้ปิดออเดอร์ก่อนเข้านอน ไม่งั้นคุณจะกังวล และ นอนไม่ค่อยเต็มอิ่ม
💖 หากคุณทำได้ทั้ง 6 ข้อนี้ คุณจะไม่มีความกังวล หรือ ความคิดในการวิ่งหาระบบเทรดแม่นๆ หรือ เทคนิคแม่นๆ เลย เพราะไม่ว่าคุณจะใช้เทคนิคอะไรคุณก็จะสามารถทำกำไรได้มากกว่าขาดทุนอย่างแน่นอน และงานเทรดของคุณก็จะกลายเป็นอาชีพที่มั่นคงต่อไปอย่างแน่นอน
หากคุณได้อ่านมาถึงบรรทัดนี้ขอแสดงความยินดีด้วยเพราะคุณกำลังเข้าใกล้ความเป็นมืออาชีพมากขึ้นแล้ว และ เชื่อว่าอีกไม่นานคุณจะเปลี่ยนงานเทรดให้เป็นอาชีพที่มั่นคงได้ในเร็ววันนี้
ข้อควรทราบ: ข้อความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการ ด้านการใช้เครื่องมือวิเคราะห์กราฟจากข้อมูลซื้อขายในอดีตเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาเพื่อชักชวนหรือแนะนำการลงทุนใด ๆ เนื้อหาในโพสต์นี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุน ผู้จัดทำไม่ใช่ที่ปรึกษาการลงทุน การลงทุนและการเทรดมีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนควรตัดสินใจอย่างรอบคอบ และวางแผนการจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสมกับสถานะการเงินของตนเอง