เริ่มต้นเทรดด้วยเทคนิค SMC

ได้เวลาปลดล็อคความเป็นสมัครเล่น เพื่อก้าวไปสู่มืออาชีพ เทรดสร้างกำไรต่อเนื่อง

งานเทรดคือการเอาความรู้แลกกำไร

ไม่เคยมีใครประสบความสำเร็จโดยไม่ชอบการอ่าน

สอบถามเพิ่มเติม! SMC vs Indicator เทคนิคการเทรดแบบ Sniper Zone ปรับวิธีคิดเพื่อทำกำไร

จะปลดล็อคความเป็นสมัครเล่นไปสู่มืออาชีพได้อย่างไร

🔥 เลิกมองหาเครื่องมือบอก Buy/Sell ที่แม่นๆ ถ้ามีแบบนั้นจริงเทรดเดอร์ก็คงไม่มีใครล้างพอร์ต และ รวยกันถ้วนหน้า อย่าเสียเวลาอันมีค่าของคุณไปตามหาเลย เสียเวลาไปเปล่าๆ บางครั้งแค่ยอมเสียเวลาศึกษา 3-6 เดือน แบบจริงๆจังๆ จะประหยัดทั้งเงินที่ขาดทุนซ้ำซาก และ เวลาในการตามหาสัญญาณแม่นๆ บางคนตามหามาเป็นเป็นปีๆหรือหลายปีก็ไม่เคยเจอ ความรู้ที่ได้สามารถเอาไปใช้ทำกำไรได้ตลอดไป งานเทรดคืองานคิด วิเคราะห์ และ อ้างอิงสถิติจากการลงมือทำ ถ้าขาดสิ่งเหล่านี้ไปนั้นไม่ใช่งานเทรด

🔥 เลิกคิดว่างานเทรดคือทางลัดไปสู่ความร่ำรวย ไม่มีใครที่ร่ำรายที่ยั้งยืนจากอาชีพที่ตนเองไม่ถนัด ไม่มีความรู้ เป็นไปไม่ได้แน่นอนล้านเปอร์เซนต์ ต้องแยกระหว่างความร่ำรวยแบบยั้งยืน กับ ความร่ำรวยได้มาเร็วๆ ความร่ำรวยที่ได้มาเร็วๆอันนั้นเรียกว่าทุกขลาภ คือได้กำไรง่ายๆก็นึกว่าไม่มีอะไรยากเลยเกิดความประมาท ผลก็คือกำไรที่ได้มาก็เสียกลับคืนตลาดทั้งหมดอยู่ดี แบบนี้จะเรียกว่ากำไรหรือความร่ำรวยได้หรือ

🔥 ลงมือฝึกฝน เพราะความสำเร็จต้องแลกด้วยระยะเวลาในการฝึกฝน เพื่อบ่มเพาะประสบการณ์และความชำนาญ ไม่ต่างกับการปลูกพืชปลูกผัก หรือ เลี่ยงสัตว์ จำเป็นต้องใช้ระยะเวลาดูแลเป็นอย่างดี เพื่อให้ค่อยๆเติบโต ไม่สามารถเติบโตอย่างมีคุณภาพได้แค่ข้ามคืน พอร์ตการลงทุนก็ต้องอาศัยการค่อยๆเติบโตเช่นกัน ไม่มีทางลัดในการเติบโตของพอร์ตโดยไม่ใส่ใจดูแลติดตามแก้ไขปัญหาได้เลย เพราะปัญหามันจะมาก่อนความสำเร็จเสมอ

🔥 การเทรดทุกครั้งต้องมี แผนการเทรด (Trade Setup) ซึ่งเป็นชุดกฎและเงื่อนไขที่ช่วยควบคุมการเทรดให้อยู่ในกรอบ ลดความเสี่ยง และเพิ่มโอกาสทำกำไร โดยจะรวมทั้งสัญญาณเข้าเทรดและการจัดการความเสี่ยง เทรดเดอร์มืออาชีพจะไม่เข้าเทรดหากเงื่อนไขในแผนยังไม่ครบ และแผนที่ดีต้องผ่านการทดลองและทดสอบด้วยตัวเองอย่างต่อเนื่อง เพราะนั่นคือแผนที่เหมาะสมที่สุดกับตัวเรา แม้จะมีแผนการเทรดมากมายถูกเผยแพร่ แต่ไม่ใช่ทุกแผนจะใช้ได้กับทุกคน เพราะลักษณะนิสัยและข้อจำกัดต่างกัน เช่น คนใจร้อนอาจถือยาวไม่ได้ หรือคนทุนจำกัดอาจรับความเสี่ยงแบบ swing SL ไม่ไหว สุดท้าย แผนที่ดีที่สุด คือแผนที่ออกแบบจากตัวเราจริง ๆ

🔥 ความโลภคืออุปสรรคชิ้นใหญ่ที่ขัดขวางความสำเร็จ ความโลภจะนำเอา ความใจร้อน ขาดความรอบคอบ ขาดการคิดไต่ตรอง ขาดสติ อยากรวยทางลัด และ ใช้อารมณ์เป็นตัวตั้ง เมื่อความโลภเกิดขึ้นเวลาไหน ความบรรลัยเกิดขึ้นเวลานั้น ถ้าลดละความโลภลงไปได้ความเป็นมืออาชีพก็จะเข้ามาแทนที่


SMC คือการเทรดตามสถาบันการเงิน

🔥 การรอเทรดตามเม็ดเงินขนาดใหญ่คือการสร้างโอกาสของการทำกำไรที่ชาญฉลาด 🔥

Smart Money Concept(SMC) คือ แนวคิดการมองตลาดจากมุมมองของสถาบันการเงินรายใหญ่ (Smart Money) ไม่ใช่แค่มองกราฟสวยๆ หรือเส้นสัญญาณอินดิเคเตอร์ทั่วไป แต่มองตลาดเป็นสนามล่าเหยื่อ ที่สถาบันใช้กลยุทธ์หลอกล่อรายย่อยให้ติดกับดัก หัวใจของ SMC คือการวิเคราะห์ โซนราคา ที่สถาบันตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อ กวาดกิน Stop Loss (SL) ของรายย่อย เติมสภาพคล่องให้พอ ก่อนจะผลักราคาไปในทิศที่พวกเขาต้องการ เทคนิคการเทรดด้วย SMC จะไม่เทรดตามสัญญาณตัดขึ้นตัดลง ไม่เทรดตามลูกศรชี้ขึ้นชี้ลง แต่จะมองเกมของสถาบัน มองพฤติกรรมราคา และโซนทีสถาบันใช้หลอกกินเหยื่อ ก่อนผลักดันราคาไปแรงๆ

📌 เครื่องมือต่างๆจะใช้เพื่อมองหาโซนราคาสำคัญๆที่จะถูกใช้เป็นกับดัก ทำให้เราไม่ตกเป็นเหยื่อ แต่เราสามารถที่จะวางออเดอร์เพื่อเทรดทำกำไรตามสถาบันการเงิน โดยเทคนิค SMC จะเข้าออเดอร์ตามมุมมองของสถาบันการเงิน ไม่ใช่การนั่งจ้องจอเพื่อเข้าออเดอร์ตามสัญญาณอินดิเคเตอร์
📌 เทคนิค SMC จะใช้สัญญาณอินดิเคเตอร์เพื่อยืนยันโซนราคาสำคัญ ไม่ใช่การใช้อินดิเคเตอร์เพื่อเข้าออเดอร์
📌 เทคนิค SMC จะใช้ Pending Order เป็นหลักของการเข้าออเดอร์
📌 แนวคิดที่ถูกต้อง คือสารตั้งต้นของความสำเร็จ ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณยังคิดว่า "แค่เทรดตามลูกศรชี้มันง่ายดี" ขอโทษที่ต้องพูดตรงๆ คุณกำลังวางรากฐานผิดตั้งแต่ต้น เพราะลูกศรชี้ไม่มีวันสอนคุณคิด ไม่มีวันสอนคุณเข้าใจตลาด และที่สำคัญ... มันไม่ช่วยให้คุณพัฒนาอะไรได้เลย สุดท้ายคุณจะวนอยู่ที่เดิม ไปไหนไม่ได้จริงๆ เพราะคุณไม่ได้เทรดด้วยไอเดียของตนเอง แต่เทรดตามคำสั่งของลูกศร


การเทรดต้องใช้สัญญาณอะไรบ้าง

นอกจากเรื่องบริหารเงินทุน (Money Management) ที่สำคัญมากที่สุดแล้ว และ สำคัญรองลงมาก็ได้แก่สัญญาณที่จะใช้ในการเทรด สัญญาณเทรดที่ว่านี้เป็นอะไรก็ได้ที่สามารถบ่งบอกนัยยะของตลาด และ กราฟราคาได้ ถ้าเป็นการใช้งานอินดิเคเตอร์ สัญญาณเทรดก็จะได้แก่เส้นหรือสัญญาลักษณ์ต่างๆที่แสดงให้เห็นเพื่อคาดการณ์ทิศทางของราคา หากเป็นการเทรดด้วยกราฟเปล่าสัญญาณก็คือรูปแบบของกราฟที่แสดงออกมาเช่น Price Action หรือ โซนแนวรับ-แนวต้าน หรือ เส้นเทรนด์ไลน์ต่างๆ ที่เห็นบนกราฟราคา

หากเป็นการเทรดด้วย Indicator ต่างๆเป็นหลัก เช่น MACD ,Stochastic หรือ ตัวอื่นๆ ก็จะเน้นหาจุดเข้าออเดอร์จากสัญญาณที่ปรากฎซึ่งผลการใช้งานก็จะมีทั้งแม่นยำ และ ไม่แม่นยำ แล้วแต่ช่วงเวลาและสถานการณ์ของกราฟ การเทรดด้วยสัญญาณ Indicator หากใช้งานมายาวนาน ก็จะพบว่า ไม่มีเครื่องมือใดๆให้สัญยาณแรกที่แม่นยำตลอดเลย สัญญาณที่สองคือสัญญาณที่แม่นยำที่สุด เช่น สัญญาณแรกบอก Buy เราต้องรอให้ราคาย้อนกลับลงมาก่อนแล้วใช้เงื่อนไขที่สองในการเข้า Buy ก็คือการรอ Pullback นั้นแหละ เพราะ Pullback คือหัวใจหลักของการใช้ Indicator ในการเทรด ส่วนประโยชน์หลักๆที่ใช้งาน Indicator แล้วมีโอกาสได้ผลดีก็คือการดูการเกิด Divergence และ ก็มักจะแม่นยำตอนเกิด Divergence รอบสองเสียส่วนใหญ่

เครื่องมือช่วยงานเทรด SMC มีประโยชน์อย่างไร

แม้ว่าการเทรดด้วย SMC จะเป็นการเทรดด้วยกราฟเปล่าก็จริง แต่การคาดการณ์และมองหาโซนราคาสำคัญๆจำเป็นต้องใช้ประสบการณ์พอสมควร หากเป็นมือใหม่เครื่องมือของระบบเทรด SMC จะช่วยได้มาก ประโยชน์หลักๆก็คือ ช่วยให้มองเห็นโซนราคาที่มีนัยยะสำคัญ เช่น Demand & Supply หรือ Order Block หรือ การเห็นบริเวณ POC จาก Volume Profile และยังช่วยให้เห็น Liquidity Zone ที่ต้องระวัง และ ช่วยมองเห็นจุดที่สถาบันการเงินวางออเดอร์ไว้ ทำให้เราสามารถเข้าเทรดตามสถาบันการเงินได้

ดังนั้นเครื่องมือที่จะใช้ร่วมกับการเทรดด้วย SMC จะไม่ได้เอาไว้ในการเข้าออเดอร์โดยตรง แต่จะใช้ในการสแกนหาโซนราคาสำคัญ เพื่อเตรียมการวางแผนเข้าเทรดต่อไป

อยากเทรดด้วยเทคนิค SMC จะเริ่มต้นจากตรงไหน

การเทรดแบบ SMC เป็นเทคนิคการเทรดที่ได้ผลมากที่สุด เมื่อเทียบกับการเทรดแบบใช้การดู indicator เป็นหลักในการเทรด จริงๆแล้ว SMC นั้นเป็นเทคนิคที่ง่ายและได้ผลมาก เป็นการเทรดแบบตีความบริบทของกราฟ แต่เทรดเดอร์หรือมือใหม่ส่วนใหญจะคิดว่ามันยาก เนื่องจากไปยึดติดวิธีการเทรดแบบเดิมๆคือ รอสัญญาณ Indicator ตัด โน้น นี่ นั้น แล้วเข้าออเดอร์ตาม เพราะดูเรียบง่ายดี ไม่ต้องคิดเยอะ

แต่การใช้ Indicator นั้นมันจะดูแม่นยำเพียงไม่เกิน 30% ของช่วงเวลาที่ตลาดเปิดทั้งหมด ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดเทรนด์ที่แข็งแรง อาจจะนับเป็นรอบเดือน หรือ รอบปี เพราะบางวันหรือหลายวันก็ไม่สามารถใช้เทรดได้เลยเพราะราคาแกว่งตัวมาก อีกทั้ง Indicator ต่างๆนั้นหากจะรอสัญญาณที่ชัวร์ๆ มันจะแสดงผลช้ากว่าตลาดจริง และ มักจะมีสัญญาณหลอกออกมาก่อนเสมอ เนื่องจากกราฟราคามันไม่ได้วิ่งเป็นเส้นตรง ระหว่างที่ราคาวิ่ง มันจะมีขยักขึ้นๆลงๆ สั้นๆ ทำให้สัญยาณ Indicator แกว่งตัวจนเกิดการแสดงสัญญาณเงื่อนไขเข้าออเดอร์ที่กราฟ หากคนเทรดเดอร์ไม่มีประสบการณ์ หรือ ไม่ได้ฝึกฝนสังเกตุบริบทของสัญญาณ Indicator ที่ใช้งานมามากพอ ว่าสัญญาณไหนจริง สัญญาณไหนหลอก ก็มีโอกาสเข้าเทรดผิดพลาดได้ง่ายๆ

เทคนิค SMC มันเป็นวิธีการเทรดแบบกราฟเปล่าเป็นหลัก คือต้องอ่านพฤติกรรมของตลาดผ่าน "โครงสร้างราคา" ก็พวก BoS และ CHoCH นั้นแหละครับ และ ต้องศึกษากลไกของไทม์เฟรมประกอบด้วย เพราะมันจะทำให้เราแยกออกว่า BoS หรือ CHoCH Major หรือ Minor ดูอย่างไร ใช้งานอย่างไร ฟังดูเหมือนยาก จริงๆแล้วมันตรงไปตรงมาไม่มีอะไรซับซ้อนเพราะเป็นการเปิดหน้าคุยตรงๆกับกราฟ ต่างจาก Indicator มันทำงานอยู่เบื้องหลัง เราไม่รู้ว่ามันทำงานอย่างไร หากเราเลือกเชื่อมันมากเกินไปก็มีโอกาสพลาดสูง

การศึกษาเทคนิค SMC อาจจะดูยากในตอนแรกๆ เพราะมันเป็นเทคนิคการเทรดด้วยการตีความจากบริบทของกราฟราคา ซึ่งต้องมาจากความเข้าใจในบริบทต่างๆ แต่หากเข้าใจ หรือ จับหลักการของ SMC ได้แล้ว มันคุ้มค่ามาก เพราะเป็นเทคนิคที่สื่อสารกับตลาดโดยไม่ ไม่ต้องใช้การคำนวณแบบ Indicator ที่ที่ต้องรอให้แท่งราคาปัจจุบันปิดไปก่อน จึงนำข้อมูลซื้อขายมาคำนวณ แล้ว แสดงออกเป็นสัญญาณที่กราฟ แต่ SMC มันคือการอ่านพฤติกรรมของกราฟโดยตรง ไม่ต้องคำนวณใดๆ มันจะสะท้อนตัวตนของตลาดได้ชัดเจนมากที่สุด เร็วที่สุด และ ไม่ติดปัญหาเรื่องความแม่นยำ 30% เหมือน Indicator ต่างๆ

จริงๆแล้วเทคนิคเรื่อง ICT/SMC ทั้งสองเทคนิคนี้ก็เรื่องเดียวกัน แต่ SMC ดัดแปลงมาจาก ICT ซึ่งเป็นผู้คิดค้นมาทำให้ง่ายขึ้น ตัว SMC เองก็มีคลิปในการศึกษาเชิงลึกของต่างประเทศมากกว่าร้อยคลิป แต่หากจับแก่นของ SMC ได้ก็จะสามารถเลือกศึกษาไม่กี่อย่างก็สามารถนำไปใช้ในการเทรดได้เป็นอย่างดี และ ไม่ยุ่งยาก ทุกวันนี้มีคนไทยทำคลิปเกี่ยวกับ SMC ออกมานำเสนอใน Youtube มากมายให้เลือกศึษาได้ แต่เราต้องจับประเด็นหลักให้ได้ก่อน โดยศึกษาตามลำดับดังนี้

1. ศึกษาเรื่อง "โครงสร้างราคา ตามทฤษฎีดาว คืออะไร" จะทำให้เรามองสถานะการณ์ของราคาออกว่าควรเทรดฝั่งไหนได้เปรียบ หรือ ราคาปัจจุบันจะเทรดแบบตามเทรนด์ (Following) หรือ เทรดสวนเทรนด์ ( Reversal)
ลองค้นหาที่ Youtube ว่า โครงสร้างราคาตามทฤษฎีดาว

2. ศึกษาเรื่อง "การใช้งาน Timeframe" เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะเราจะสามารถดู BoS ดู CHoCH ได้หลายมิติมากขึ้น
ลองค้นหาจาก Youtube ว่า "การใช้งาน timeframe"

3. ศึกษาเรื่อง "Forex Liquidity คืออะไร" เพราะเรื่องนี้จะทำให้เข้าใจพฤติกรรมของสถาบันการเงินที่เข้ามากวาดกิน SL ได้เป็นอย่างดี จะช่วยให้ไม่ติดกับดัก และ ไม่ตกเป็นเหยื่อของสถาบันการเงินง่ายๆ
ลองค้นหาที่ Youtube ว่า "Forex Liquidity คืออะไร"

แค่ศึกษาสามเรื่องนี้ก็สามารถนำไปใช้ในการเทรดได้แล้วครับ ส่วนพวกปลีกย่อยเป็นคำศัพท์ต่างๆค่อยไปศึกษาเพิ่มเติมทีหลัง จริงๆมันก็อยู่ในเรื่องของ Liquidity นั้นแหละ เช่น Liquidity sweep ,Liquidity pool ,Inducement ,Liquidity Grab ,Liquidity Trap ,Buy Side Liquidity ,Sell Side Liquidity และ อื่นๆมากมาย เอาแค่ศึกษาแก่นของ Liquidity หลักๆก็เพียงพอต่อการนำไปใช้เทรดได้แล้ว

หากศึกษา SMC อย่างจริงๆจังๆ เลือกศึกษาเฉพาะที่แนะนำไว้ ไม่น่าจะใช้เวลาเกิน 3 เดือน ในการสังเกตุบริบทต่างๆของกราฟราคาที่สถาบันการเงินนำมาใช้เป็นกับดัก ก็จะทำให้ผลการเทรดดีขึ้นอย่างชัดเจน สำคัญคือต้องเปิดใจ และ จัดสรรเวลาในการศึกษาอย่างสม่ำเสมอ เพราะงานเทรดจะมีสมการนี้เป็นหัวใจหลัก "กำไร=ความรู้" ความรู้มากกำไรมาก ความรู้น้อยกำไรน้อย ไม่มีความรู้ก็ขาดทุน

หรือลองศึกษาปรับวิธีคิดในการเทรด SMC เบื้องต้นได้จากลิงค์นี้

มือใหม่เทรดอย่างไรให้ได้กำไร

คู่มือการเทรด SMC พร้อมตัวอย่าง

รูปแบบการสร้างโซนสภาพคล่องของผู้เล่นรายใหญ่

Roadmap SMC สำหรับมือใหม่

ข้อความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการ ด้านการใช้เครื่องมือวิเคราะห์กราฟจากข้อมูลซื้อขายในอดีตเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาเพื่อชักชวนหรือแนะนำการลงทุนในหลักทรัพย์ สัญญาซื้อขายล่วงหน้า อัตราแลกเปลี่ยน หรือการลงทุนใด ๆ เนื้อหาในโพสต์นี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุน ผู้จัดทำไม่ใช่ที่ปรึกษาการลงทุนใดๆ การลงทุนและการเทรดมีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนควรตัดสินใจอย่างรอบคอบ และวางแผนการจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสมกับสถานะการเงินของตนเอง